วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตัวอย่างภาษา PHP

ภาษาพีเอชพี จะเป็นส่วนประกอบภายในเว็บเพจ โดยคำสั่งจะปรากฏระหว่าง                                    
 <?php ...  ?> เช่น
<?php
    echo "Hello, Thai!";
?>
<?php
    echo "Hello Thai.";
?>
<script language="php">
    echo "Hello Thai.";
</script>
โครงสร้าง ควบคุมของ PHP จะมีความคล้ายคลึงกับ C/C++ มาก เช่น if , for , switch และมีบางส่วนที่คล้าย Perl สามารถกำหนดตัวแปรโดยไม่ต้อง กำหนดชนิดของตัวแปรว่าจะเป็น int, float, boolean เป็นต้น
<?php
    for ($i = 0; $i < 10; $i++){
       echo "Test".$i;
    }
?>
ตัวอย่างการเขียน php แบบ oop
<?php
    class MyClass
    {
        private $var = 'Hello Thai!';
        public function getHello()
        {
            return $this->var;
        }
    }
    $obj = new MyClass();
    echo $obj->getHello();

?>

ข้อดีของ PHP

เหตุผลที่ PHP ได้รับความนิยมก็คือ
       1. เป็นของฟรี ว่ากันว่าสุดยอดของ Web Server ในฝันของผู้ใช้ที่รู้จักคุณค่าของเงินก็คือ ระบบปฏิบัติการ Linux, โปรแกรมเว็บ Apache, โปรแกรมฐานข้อมูล MySQL, และServer Site Script อย่าง PHP เพราะทุกอย่างฟรีหมด
       2. มีความเร็ว อะไรที่เกิดมาทีหลังย่อมได้เปรียบ คำพูดนี้ดูเหมือนจะเป็นจริงเสมอ เพราะ PHP นำเอาข้อดีของทั้ง C, Perl และ Java มาผนวกเข้าด้วยกัน ทำให้ทำงานได้รวดเร็วกว่า CGI หรือแม้แต่ ASP และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อใช้กับ Apache Server เพราะไม่ต้องใช้โปรแกรมจากภายนอก
       3. Open Source การพัฒนาของโปรแกรมไม่ได้ยึดติดกับบุคคลหรือกลุ่มคนเล็กๆ แต่เปิดโอกาสให้โปรแกรมเมอร์ทั่วไปได้เข้ามาช่วยกันพัฒนา ทำให้มีคนใช้งานจำนวนมาก และพัฒนาได้เร็วขึ้น
       4. Crossable Platform ใช้ได้กับหลายๆระบบปฏิบัติการไม่ว่าบน Windows,Unix, Linux หรืออื่นๆ โดยแทบจะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงโค้ดคำสั่งเลย
       5. เรียนรู้ง่าย เนื่องจาก PHP ฝังเข้าไปใน HTML และใช้โครงสร้างและไวยากรณ์ภาษาง่ายๆ
       6. ใช้ร่วมกับ XML ได้ทันที
       7. ใช้ร่วมกับ Database ได้เกือบทุกยี่ห้อ ดังกล่าวไปแล้วข้างต้น
       8. ใช้กับระบบแฟ้มข้อมูลได้
       9. ใช้ร่วมกับข้อมูลตัวอักษรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
      10. ใช้กับโครงสร้างข้อมูล ได้ทั้งแบบ Scalar, Array, Associative array

      11. ใช้กับการประมวลผลภาพได้

ประโยชน์ของ PHP

PHP ได้กลายเป็นที่นิยมที่สุดเว็บภาษาเขียนโปรแกรมไม่เพียงเพราะฟรี PHP เป็นภาษาโปรแกรมเต็มที่ (เหมือน HTML เช่นซึ่งมีการนำเสนอวิธี) และการใช้งานที่ซับซ้อนมากสามารถเขียนมันมัน
ประโยชน์ของงานเขียนใน PHP ก็คือการที่พวกเขาได้อย่างรวดเร็วและหากเขียนอย่างถูกต้องก็อาจจะปลอดภัยสวย นอกจากนี้ยังมีตันคริป PHP พร้อมและการทำงานซึ่งคุณสามารถปรับแต่งให้ความชอบและใช้ในโปรแกรม PHP ของคุณ
การพัฒนา Web ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมเจริญขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ตั้งแต่อินเทอร์เน็ตและคลื่นคอมพิวเตอร์ทั่วไปจะกลายเป็นกำไรค่อนข้างพัฒนาเว็บไซต์ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟูทุกคนต้องการเป็นส่วนหนึ่ง แต่ยังเป็นอุตสาหกรรมการแข่งขันสูงมากเนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญมากมายที่ค่อนข้างเชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรม ดังนั้นการเรียนรู้ที่เหมาะสม PHP กลยุทธ์การพัฒนาจะเป็นประโยชน์ หากคุณมีความรู้ก่อนของภาษาคอมพิวเตอร์และการเข้ารหัส, PHP จะมาเป็นลักษณะที่สองเพื่อคุณ ความจริงที่สามารถใช้ในรูปแบบดั้งเดิมที่สุดของการเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐานรวมทั้งการเขียนโปรแกรมขั้นสูงอย่างไม่น่าเชื่อโฆษณาเท่านั้นอาจเป็นไปได้ของการเขียนโปรแกรม
ก่อนการสร้างเว็บไซต์ที่คุณต้องรู้ภาษาที่คุณต้องการใช้ในเว็บไซต์มืออาชีพ PHP เป็นหนึ่งในดีที่สุดและง่ายต่อการใช้โปรแกรมภาษาที่สามารถเรียกใช้ระบบปฏิบัติการใด PHP เป็นภาษาฟรีเพื่อให้เป็นประโยชน์มากภาษานี้ สำหรับการจัดการการเชื่อมต่อฐานข้อมูลที่จัดรูปแบบสตริงแก้ไขการจัดการอีเมลและ PHP ทั้งหมดจะมีประโยชน์มาก สามารถขยายได้อย่างง่ายดายสำหรับการทำงานบางอย่างที่คุณต้องการเพิ่มในเว็บไซต์ของคุณ ความน่าเชื่อถือของภาษานี้เป็นพิเศษสามัญเป็น PHP แล้วทำงานในล้านของเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกซึ่งหมายความว่ามันมีประสิทธิภาพพอสำหรับแม้สถานการณ์ความต้องการมากที่สุด ก็มีนักพัฒนาเว็บเสรีภาพมากขึ้นในการสร้างเว็บไซต์ที่มีคุณลักษณะบางอย่างโดดเด่นและสามารถใช้องค์ประกอบปกติบ่อย PHP สามารถมากที่ประสบความสำเร็จในการสร้าง Dynamic เว็บไซต์ โปรแกรมเมอร์ PHP กับการใช้ประโยชน์รหัสเปิดแหล่งที่มาจากความยืดหยุ่นในการแก้ไข, การแก้ไขและปรับปรุงซอร์สโค้ดเมื่อมีการบังคับ
PHP จะขึ้นอยู่กับภาษา C + + โปรแกรมและไวยากรณ์ที่ใช้ใน PHP เป็นธรรมคล้าย C, C + + มีชุมชนใหญ่ของนักพัฒนาที่ยังคงเชื่อว่า C / C + + ยังคงเป็นภาษาโปรแกรมที่ดีที่สุดคือ สำหรับเว็บไซต์ที่ทุกคนจะได้รับความคืบหน้าสมควรที่จะสามารถใช้ Content Management System เช่น Joomla, Word กดเป็นต้นที่นี่ PHP และ MySQL เป็นประโยชน์ในการทำงานประสบความสำเร็จ CMS มีจำนวนมากดังนั้น บริษัท ไอทีที่ให้มีคุณภาพดีที่สุดงาน PHP การพัฒนาเว็บจากอินเดีย เหตุผลในการพัฒนา Outsourcing PHP อินเดียคือว่าคุ้มค่ามากกับคุณภาพที่ดีขึ้น ในสาขาวิชาชีพของ Web และการบริการพัฒนาซอฟต์แวร์มีความจำนวนมากของชัยชนะที่มีทักษะและประสบการณ์โปรแกรมเมอร์ PHP

PHP ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เกือบทุกพื้นที่ PHP สามารถจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อเรียกใช้โปรแกรมประยุกต์บนแพลตฟอร์ม hosting Linux based PHP เป็นด้านเซิร์ฟเวอร์ภาษาสคริปต์ออกแบบเดิมเพื่อสร้างเว็บไซต์แบบไดนามิก web Modern 2.0 โปรแกรมส่วนใหญ่มีลักษณะโดยข้อมูลผสมและคอมพิวเตอร์ส่วนติดต่อผู้ใช้แบบ php เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการโต้ตอบกับเว็บไซต์อื่น ๆ และให้ประสบการณ์การใช้งานมากมาย คำสั่ง php ง่ายเช่นขดหรือ fopen ช่วยให้คุณสามารถดึงข้อมูลจากเว็บไซต์อื่น ๆ ได้อย่างง่ายดายญาติ php ทำงานได้ดีกับ javascript เพื่อให้คุณสามารถให้ผู้ใช้ของคุณด้วยอินเตอร์เฟซที่ทันสมัยตอบสนองที่เกินทาง interfaces คงเดิมวันที่ผ่านมา

ประวัติความเป็นมาของ PHP

PHP ถือกำเนิดในปี 1994 เดิมทีเป็นเพียงโปรแกรมเล็กๆ ที่นาย Rasmus Lerdorfนำมาใช้งานสำหรับทำ เว็บเพจ resume ของเขา โดยตอนแรกใช้ภาษา Perl แต่กลับพบว่ามันทำงานค่อนข้างช้า จึงได้ลงมือเขียนขึ้นใหม่เองด้วยไวยากรณ์ภาษา C และให้ชื่อว่า "Personal Home Page Tools" ขณะเดียวกันก็ได้พัฒนาส่วนติดต่อกับฐานข้อมูลที่เรียกว่าForm Intepreter (FI) เมื่อเขามีของดีอยู่กับตัวใครๆที่มาเยี่ยมเว็บไซต์ของเขาต่างก็ขอสำเนาโปรแกรมดังกล่าว เพื่อเอากลับไปใช้งานเองบ้าง จนมีคนรู้จักกันดี นี่อาจจะนับเป็นPHP รุ่นที่ 1 ก็น่าจะได้ หลังจากใช้งานไประยะหนึ่งผู้ใช้ก็ร้องขอ นาย Rasmus Lerdorf ให้ขยายความสามารถของโปรแกรมให้มากขึ้น จนใกล้เคียงกับการใช้ CGI (Commom Gateway Interface)ใน Web Server กลายเป็น PHP/FI รุ่นที่ 2
       เมื่อ PHP เป็นที่นิยมของชนหมู่มาก นาย Rasmus Lerdorf คนเดียวก็ดูเหมือนจะพัฒนาคนเดียวไม่ไหว โชคดีที่ได้ผู้ร่วมงานที่ก้าวเข้ามา ช่วยปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกันแบบขนานใหญ่ คือ นาย Zeev Suraski กับ Andi Gutmans ชาวอิสราเอลที่ Lerdorf ถึงกับเอ่ยปากชมว่าเป็นสุดยอดจริงๆ ทั้งสองคนเอา PHP ของ Lerdorf มาเขียนใหม่หมดเลยด้วยC++ และได้อีกสามหนุ่มคือ Stig Bakken,Shane Caraveo และJim Winstrad มาเป็นทีมงานที่สร้าง PHP3 โดยนาย Stig Bakken รับผิดชอบเกี่ยวกับความสามารถในการสนับสนุนOracle, Shane Caraveo ดูแล PHP บน Windows 9x/NT และ Jim Winstrad คอยตรวจสอบข้อบกพร่องต่างๆอีกครั้ง
       ตอนนี้ Zeev Suraski กับ Andi Gutmans ปัจจุบันร่วมกันพัฒนาต่อเป็น PHP4โดยตั้งชื่อว่า Zend ซึ่งเป้าหมายคือชิงความเป็นเลิศเหนือ ASP โดยที่ Zend จะเป็นcomplie script เลย ไม่ใช่ embed script interprete ซึ่งจะทำให้ run ได้เร็วกว่า จะเหมือนกับ concept ของ advance ASP ที่ใช้ VB6 สร้างคือทำเป็น dll ให้หมด ตอนนี้Zend ได้แจก beta ให้ tester ของเขาแล้ว แต่บอกว่า it would obviously be free for use and open source และดูเหมือนจะ support activex

       Zend ก็คือ Ze(ev)+(A)nd(i Gutmans) ชาวอิสราเอลสองคนที่มาฉุดให้ PHP4 วิ่งฉิว

PHP คืออะไร

PHP ย่อมาจาก PHP Hypertext Preprocessor แต่เดิมย่อมาจาก Personal Home Page Tools
     PHP คือภาษาคอมพิวเตอร์จำพวก scripting language ภาษาจำพวกนี้คำสั่งต่างๆจะเก็บอยู่ในไฟล์ที่เรียกว่า script และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปรชุดคำสั่ง ตัวอย่างของภาษาสคริปก็เช่น JavaScript , Perl เป็นต้น ลักษณะของ PHP ที่แตกต่างจากภาษาสคริปต์แบบอื่นๆ คือ PHP ได้รับการพัฒนาและออกแบบมา เพื่อใช้งานในการสร้างเอกสารแบบ HTML โดยสามารถสอดแทรกหรือแก้ไขเนื้อหาได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงกล่าวว่า PHP เป็นภาษาที่เรียกว่า server-side หรือ HTML-embedded scripting language นั้นคือในทุกๆ ครั้งก่อนที่เครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งให้บริการเป็น Web server จะส่งหน้าเว็บเพจที่เขียนด้วย PHP ให้เรา มันจะทำการประมวลผลตามคำสั่งที่มีอยู่ให้เสร็จเสียก่อน แล้วจึงค่อยส่งผลลัพธ์ที่ได้ให้เรา ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็คือเว็บเพจที่เราเห็นนั่นเอง  ถือได้ว่า PHP เป็นเครื่องมือที่สำคัญชนิดหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถสร้าง Dynamic Web pages (เว็บเพจที่มีการโต้ตอบกับผู้ใช้) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีลูกเล่นมากขึ้น
     PHP เป็นผลงานที่เติบโตมาจากกลุ่มของนักพัฒนาในเชิงเปิดเผยรหัสต้นฉบับ หรือ OpenSource ดังนั้น PHP จึงมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับ Apache Web server ระบบปฏิบัติอย่างเช่น Linuxหรือ FreeBSD เป็นต้น ในปัจจุบัน PHP สามารถใช้ร่วมกับ Web Server หลายๆตัวบนระบบปฏิบัติการอย่างเช่น Windows 95/98/NT เป็นต้น

ลักษณะเด่นของ PHP
     1.ใช้ได้ฟรี
     2.PHP เป็นโปร แกรมวิ่งข้าง Sever ดังนั้นขีดความสามารถไม่จำกัด
     3.Conlatfun นั่นคือPHP วิ่งบนเครื่อง UNIX,Linux,Windows ได้หมด
     4.เรียนรู้ง่าย เนืองจาก PHP ฝั่งเข้าไปใน HTML และใช้โครงสร้างและไวยากรณ์ภาษาง่ายๆ
     5.เร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมือใช้กับ Apach Xerve เพราะไม่ต้องใช้โปรแกรมจากภายนอก
     6.ใช้ร่วมกับ XML ได้ทันที
     7.ใช้กับระบบแฟ้มข้อมูลได้
     8.ใช้กับข้อมูลตัวอักษรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     9.ใช้กับโครงสร้างข้อมูล แบบ Scalar,Array,Associative array
     10.ใช้กับการประมวลผลภาพได้

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) เป็นรูปแบบของฐานข้อมูลที่นิยมใช้ในปัจจุบัน โดยถูกคิดค้นและพัฒนาโดย E.F. Codd เป็นรูปแบบที่เข้าใจง่ายสำหรับผู้ใช้ ไม่ซับซ้อนมีเครื่องมือที่ช่วยในการเรียกดูข้อมูล โดยใช้คำสั่งง่าย เช่น SQL 
        โมเดลนี้ใช้ relation หรือตาราง 2 มิติ แทน entity
              ศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
              Relation = Table
              Tuple = Row or Record
              Attribute = Column or Field
              Cardinality = Number of Rows
              Primary = Unique Identifier
              Domain = ขอบข่ายของค่าข้อมูล เช่น วันที่เริ่มทำงาน 

             ให้แต่ละ column ของตารางแทน attribute ให้แต่ละ row แทนค่าจริงของ 1 record (เรียก tuple)ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ เป็นการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแถวและคอลัมน์ในลักษณะตารางสองมิติ ที่ประกอบด้วย attribute ที่แสดงคุณสมบัติที่แสดงคุณสมบัติของ Relationship โดยผ่านกระบวนการทำให้เป็นบรรทัดฐาน (Normalized) ในระหว่างการออกแบบ เพื่อลดความซ้ำซ้อน และการจัดฐานข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
             เป็นฐานข้อมูลซึ่งให้ภาพของข้อมูล ทั้งในระดับภายนอก(External Level) และ ระดับแนวคิด (Conceptual Level) แก่ผู้ใช้ฐานข้อมูลได้เป็นอย่างดี

       คุณลักษณะในการจัดเก็บข้อมูล
             ในแต่ละ Relation ประกอบด้วยข้อมูลของ Attribyte ต่างๆที่จัดเก็บในรูปตาราง 2 มิติ คือ Row, Column
              ข้อมูลในแต่ละแถวจะไม่ซ้ำกัน
              การจัดเรียงลำดับของข้อมูลในแต่ละแถวไม่เป็นสาระสำคัญ
              การจัดเรียงลำดับของ Attribute จะเรียงลำดับก่อนหลังอย่างไรก็ได้
              ค่าของข้อมูลในแต่ละ Attribute ของ Tuple หนึ่งๆ จะบรรจุได้เพียงค่าเดียว
              ค่าของข้อมูลในแต่ละ Attribute จะบรรจุค่าของข้อมูลประเภทเดียวกัน

       กฎที่เกี่ยวข้องกับคีย์ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์
              1. กฎความบูรณภาพของเอนทิตี้ (The Entity Intergrity Rule)  กฎนี้ระบุไว้ว่าแอททริบิวต์ใดที่เป็นคีย์หลัก ข้อมูลในแอททริบิวต์นั้นจะเป็นค่าว่าง(Null) ไม่ได้ ความหมายของการเป็นค่าว่างไม่ได้(Not Null) หมายความถึง ข้อมูลของแอททริบิวต์ที่เป็นคีย์หลักจะไม่ทราบค่าที่แน่นอนหรือไม่มีค่าไม่ได้

              2. กฎความบูรณภาพของการอ้างอิง (The Referential IntegrityRule) การอ้างอิงข้อมูลระหว่างรีเลชั่นในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จะใช้คีย์นอกของรีเลชั่นหนึ่งไปตรวจสอบกับค่าของแอททริบิวต์ที่เป็นคีย์หลักของอีกรีเลชั่นหนึ่งเพื่อเรียกดูข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องหรือค่าของคีย์นอกจะต้องอ้างอิงให้ตรงกับค่าของคีย์หลักได้จึงจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสองรีเลชั่นได้สำหรับคีย์นอกจะมีค่าว่างได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์การออกแบบฐานข้อมูล เช่น ในกรณีที่รีเลชั่นพนักงานมี Depnoเป็นคีย์นอกอาจจะถูกระบุว่าต้องทราบค่าแต่ในกรณีพนักงานทดลองงานอาจยังไม่มีค่า Depno เพราะยังไม่ได้ถูกบรรจุในกรณีที่มีการลบหรือแก้ใขข้อมูลของแอททริบิวต์ที่เป็นคีย์หลักซึ่งมีคีย์นอก จากอีกรีเลชั่นหนึ่งอ้างอิงถึง จะทำการลบหรือแก้ใขข้อมูลได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการออกแบบฐานข้อมูล ว่าได้ระบุให้แอททริบิวต์มีคุณสมบัติอย่างไร ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ 4 ทางเลือก

                - การลบหรือแก้ใขข้อมูลแบบมีข้อจำกัด (Restrict) การลบหรือแก้ไขข้อมูลจะกระทำได้ เมื่อข้อมูลของคีย์หลักในรีเลชั่นหนึ่งไม่มีข้อมูลที่ถูกอ้างอิง โดยคีย์นอกของอีกรีเลชั่นหนึ่งเช่น รหัสแผนก Depno ในรีเลชั่นDepจะถูกแก้ใขหรือลบทิ้งต่อเมื่อไม่มีพนักงานคนใดสังกัดอยู่ในแผนกนั้น

                - การลบหรือแก้ไขข้อมูลแบบต่อเรียง (Cascade) การลบหรือการแก้ใขข้อมูล จะทำแบบเป็นลูกโซ่ คือ หากมีการแก้ไขหรือลบข้อมูลของคีย์หลักในรีเลชั่นหนึ่งระบบจะทำการลบหรือแก้ใขข้อมูลของคีย์นอกในอีกรีเลชั่นหนึ่งที่อ้างอิงถึงข้อมูลของคีย์หลักที่ถูกลบให้ด้วย เช่น ในกรณีที่ยกเลิกแผนก 9 ในEntityแผนก ข้อมูลของพนักงานที่อยู่แผนก 10ในEntityพนักงานจะถูกลบออกไปด้วย

                - การลบหรือแก้ไขข้อมูลโดยเปลี่ยนเป็นค่าว่าง (Nullify) การลบหรือแก้ใขข้อมูลจะทำได้เมื่อมีการเปลี่ยนค่าของคีย์นอกในข้อมูลที่ถูกอ้างอิงให้เป็นค่าว่างเสียก่อน เช่น พนักงานที่อยู่ในแผนกที่ 9 จะถูกเปลี่ยนค่าเป็นค่าว่างก่อนหลังจากนั้น การลบข้อมูลของแผนกที่มีรหัส 9 จะถูกลบทิ้งหรือแก้ไขทันที ภายใน Entity แผนก


                - การลบหรือแก้ไขข้อมูลแบบใช้ค่าโดยปริยาย ( Default) การลบหรือแก้ไขข้อมูลของคีย์หลัก สามารถทำได้โดยถ้าหากมีคีย์นอกที่อ้างอิงถึงคีย์หลักที่ถูกลบหรือแก้ไข ก็จะทำการปรับค่าของคีย์นอกนั้นโดยปริยาย (Default Value) ที่ถูกกำหนดขึ้นเช่น ในกรณีที่ยกเลิกแผนก 9 ในEntity แผนก ข้อมูลของพนักงานที่อยู่แผนก 9 ใน Entity พนักงานจะถูกเปลี่ยนค่าเป็น 00 ซึ่งเป็นค่าโดยปริยาย ที่หมายความว่า ไม่ได้สังกัดแผนกใด

ระบบฐานข้อมูล คืออะไร ?

ระบบฐานข้อมูล คือ ระบบจัดเก็บข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบำรุงรักษาข้อสนเทศ (Maintain information) และสามารถนำข้อสนเทศเหล่านั้นมาใช้ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
                                                                                         
         ระบบฐานข้อมูลประกอบส่วนประกอบหลักส่วนได้แก่

        1. ข้อมูล (Data) ข้อมูลในฐานข้อมูลจะต้องมีคุณสมบัติ 2 ประการ คือ เบ็ดเสร็จ (Integrate) ฐานข้อมูลเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลจากแฟ้มต่าง ๆ ไว้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อลดข้อมูลซ้ำซ้อนระหว่างแฟ้มใช้ร่วมกันได้ (Share) ข้อมูลแต่ละชิ้นในฐานข้อมูลสามารถนำมาแบ่งใช้กันได้ระหว่างผู้ใช้ต่าง ๆ ในระบบ

        2. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ประกอบด้วย อุปกรณ์บันทึกข้อมูลเช่น จานแม่เหล็ก , I/O device , Device controller , I/O channels , หน่วยประมวลผล และหน่วยความจำหลัก

        3. ซอฟต์แวร์ (Sorftware) ตัวกลางเชื่อมระหว่างฐานข้อมูลและผู้ใช้คือ DBMS เป็นซอฟต์แวร์ที่สำคัญที่สุดของระบบฐานข้อมูล นอกจากนี้ยังมี Utility , Application Develoment tool , Desisn aids , Report writers , ect.

        4. ผู้ใช้ (Users) มี 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
           - Application Programmer เขียนโปรแกรมประยุกต์
           - End Users ผู้ใช้ที่อยู่กับ Online terminal เข้าถึงข้อมูลโดยผ่านโปรแกรมประยุกต์ หรือผ่านภาษาเรียกค้น (Query Language)
           - Data Addministrator & Database Administrator

    DA ผู้บริหารอาวุโส เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเก็บข้อมูลใดในฐานข้อมูลก่อน และกำหนดนโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
    DBA ผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ เป็นผู้สร้างฐานข้อมูลและนำมาใช้งานจริง โดยควบคุมทางด้านเทคนิคที่จำเป็นในการดำเนินนโยบายที่กำหนดโดย DA